harvest the moonlight

 

พระจันทร์ในคืนนี้สวยมากจริงๆ อวดโฉมอยู่กลางสายตาตอนเที่ยงคืน
ส่องแสงสว่างสไวกลบดวงดาวที่เคยเฉิดฉายอยู่ในรัตติกาล
ฉันมองเห็นเส้นแสงเจ็ดสีที่เค้าว่าจะมีหลังฝนตก
ปรากฏขึ้นเป็นรัศมีล้อมรอบวงกลมสีเหลืองทองนี้
พร้อมกับแมวสีดำนิลอกขาวตัวเดิม มันยังคงวิ่งตามฉันเช่นเดียวกับวันนั้น
ในค่ำคืนหนึ่งของฤดูร้อนที่ยังพอมีลมหนาวแทรกมาให้สะท้านบ้างประปราย
คล้ายกำลังลูบหลังก่อนจะตบหัวด้วยแดดในวันพรุ่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งในร่างกายเธอ
จริงๆแล้วมันไม่มีอะไรแปลกใหม่ ฉันแค่พยายามกอดเก็บสุนทรียะเหล่านี้
เอาไว้เผชิญหน้ากับความจริงของวันใหม่เท่านั้นเอง

stoker

หนังเรื่องหนึ่งหลังจากดูจบ คำถามที่ถามกับตัวเองคือ ชอบหรือ ไม่ชอบ ไม่ใช่ดีหรือไม่ดี
หลังจากนั้นจะวิเคราะห์และประมวลผลความคิดของตัวเองว่าชอบเพราะอะไร

 

 

จำ หนังเรื่องนี้ดูแล้วมันจดมันจำอยู่ในหัวชัดเจนกว่าเรื่องอื่นที่พึ่งดูจบ
สำหรับเราเนื้อเรื่องของการสูญเสียมันมีน้ำหนักกว่าหนังรักโรแมนติกหรือหนังโลกสวยกล่อมเด็กและคนคิดบวก
เรื่องนี้อาจไม่ได้ดีเด่นอะไรมาก แต่ด้วยพฤติกรรมบางอย่างของตัวละคร
การซ้ำของท่าที นัยน์ตาและกิริยาประหลาดของอินเดียที่ดูน่าสนใจ
เพียงพอกับยิ้มเย็นๆของอาที่มีกับหลานสาว รวมไปถึงอาการทางจิตของสามตัวละครหลัก
เสียงที่เกิดจากการกระทำบางอย่างที่ชวนให้เกิดอาการประสาทเสีย
การทิ้งสายตาและรอยยิ้มที่มุมปากของนักแสดงทำให้มันมีชีวิตมากขึ้น
หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ตรงที่ค่อยๆ ซ่อนฉากสยองขวัญให้เห็นเพียงภาพไกลตา
และรอยเลือดสาดกระเซ็น ความน่ากลัวถูกลดทอนลงให้เป็นคล้ายภาพถ่ายมากกว่าภาพเคลื่อนไหว

 

 

โดยนิสัยไม่ใช่คนที่สามารถนั่งดูหนังประเภทนี้ได้จนจบ
ของเหลวข้นสีแดงเป็นอะไรที่ติดตาได้ง่ายกว่าภาพอื่น ความขยาดหวาดกลัวจึงตามมาเป็นลำดับ
ถึงขั้นเป็นลมล้มคว่ำก็เคย เอาเป็นว่าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง
แต่หนังเรื่องนี้ ไม่รู้มาก่อนว่าเกี่ยวกับอะไร เป็นการตัดสินใจที่เรียกว่าฉับพลัน
ไปถึงลิโด้ซื้อตั๋วหนังตอนที่เพลงสรรเสริญพระบารมีกำลังเล่นและนั่งลงที่นั่งประจำ B7
พอดีกับภาพฉายของบริษัทโปรดักชัน เสียงของคู่รักข้างๆถัดไปหนึ่งที่นั่งทำเอาน่ารำคาญเล็กน้อยตลอดเรื่อง
วันเดียวกันกลับมาเปิดบทวิจารณ์อ่าน ถึงคะแนนไม่ได้สูงมากจนถึงเกรดเอ
แต่นับว่ามีคนให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย อาจด้วยตัวละครที่ไม่ต้องมีเยอะมาก
และเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้นึกถึง We need to talk about kevin
สองเรื่องนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่คล้ายกัน และเป็นหนังโรคจิตสองเรื่องที่ต้องเปิดดูซ้ำ
แปลก หนังส่วนมากที่ชอบจะมีป้าย sundance กำกับอยู่มากกว่าเทศกาลอื่นๆ
จนกลายเป็นนิสัยที่จะชอบค้นหนังจากเวทีนี้มาดูอยู่เรื่อยๆ

hardly

ฤดูร้อนเป็นฤดูแห่งการลาจาก.


มีเหตุการณ์ไม่มากเกิดขึ้น แต่มันก็มีน้ำหนักพอที่จะทำให้ฉันนิยามมันไว้แบบนี้
ปีก่อน ฉันสูญเสียญาติผู้ใหญ่ไปหนึ่งคน และสุนัขที่ฉันรักอีกหนึ่งตัว
ปีนี้ ฉันสูญเสียญาติผู้ใหญ่อีกคนไปอย่างไม่รู้ล่วงหน้า
เราอาจไม่ได้ผูกพันกันมากนัก แต่เราก็พอจะจดจำกันได้ดี
ฉันอยากนิยามมันขึ้นมาใหม่ คำจำกัดความพวกนี้ที่ใช้ไม่ใช่สิ่งดี

again

หนึ่งปีแล้วนะที่เธออยู่บนนั้น
น้ำตาลเป็นไงบ้าง
แล้วอยู่บนนั้นมองลงมาเห็นฉันตรงนี้รึเปล่า
ฉันจะขึ้นปีสี่แล้วนะ กลัวมากเลย
ถ้าพรุ่งนี้ตื่นเช้า จะไปทำบุญให้อีกนะเพื่อนสาว

อยากดูทีวีรึเปล่า
ตอนนี้ฮะเก๋าก็ชอบดูทีวีเหมือนกัน
แต่มันก็ไม่เหมือนเธอหรอกนะ

หวังอยู่เสมอว่าเราจะเจอกันอีกเรื่อยๆไป
ถ้าเธอกลายเป็นใครที่เราผูกพันกัน
อย่าลืมกระซิบบอกด้วยนะ

walk (out) the line

ฉันเรียนรู้และเข้าใจว่า การที่จะมีวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปได้
เราจะต้องมีเส้นทางไว้สำหรับการก้าวเดินต่อๆไป
และในความเป็นจริงของชีวิตมันมีหนทางให้เลือกมากมาย
ซึ่งเราต่างก็ไม่รู้ว่าจุดจบของแต่ละเส้นทางจะไปบรรจบกันที่ใดที่หนึ่งหรือไม่
ฉันเองก็เป็นคนช่างฝันคนหนึ่งที่ชอบจับดินสอขึ้นมาขีดเขียนถึงเส้นทางที่ฉันจะไป
เส้นถนนที่ฉันหรือเธอหรือใครต่อใครมี มันย่อมมีจุดทับซ้อนเป็นเรื่องธรรมดา
และเราอาจเดินไปด้วยกันยังที่ที่หนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องแยกกัน
ฉันอาจหยุดพักเพื่อมองดูใครเดินต่อไปในทางของเขา
หรือฉันอาจเป็นคนเดินแยกไปเอง ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้โดยง่าย
แต่หากเรามีจุดหมายเดียวกัน เส้นทางจะใกล้หรือไกลมันอาจไม่มีประโยชน์ใด
เพราะเราจะได้เจอกันอยู่ดีเมื่อถนนของเราสิ้นสุดลง
ในหลายครั้งฉันเชื่อว่าทางลัด ไม่ใช่สิ่งจำเป็นนัก
เส้นทางที่ดีย่อมเป็นทางที่เราสบายใจหรือสุขใจที่ได้ก้าวผ่าน
การไปถึงเป้าหมายช้า อาจทำให้เราซึ่มซับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างทางได้มากกว่า
และสิ่งเล็กน้อยเหล่านั้นมันเป็นของขวัญล้ำค่า
ฉันไม่ลืมที่จะหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองรอยเท้าและเส้นทางที่ผ่านมา
มันทำให้เราจดจำได้ว่าก้าวผ่านสิ่งใดมาบ้าง เคยล้มตรงไหน เคยยิิ้มที่ใด
และเคยทอดทิ้งอะไรหรือใครไปบ้างหรือเปล่า
นิสัยที่ฉันเป็นคนกระฉับกระเฉงทำให้ฉันสามารถทำอะไรๆได้คล่องตัว
แต่ฉันไม่ใช่คนรีบเดินไปยังจุดหมาย ฉันไม่อยากเหนื่อยกับการวิ่งเพื่อแซงใคร
ฉันเชื่อในแต่ละก้าวเดินที่เชื่องช้าแต่มั่นคงมากกว่าการรีบเดินไปข้างหน้า
เพื่อที่หันกลับมามองดูคนอื่นเดินตามฉันมา
มันจะมีความสุขอะไร ถ้าใจเราไม่ได้มีเพื่อคนอื่นบ้าง
มันไม่แย่ ถ้าเราเดินช้าบ้างเร็วบ้าง ชีวิตมันมีจังหวะของมัน
ตัวเราเป็นคนบรรเลง เพลงฝันฉันเองก็เป็นคนแต่ง
และถ้าถนนเส้นหลักของฉันมันดันแออัดขึ้นมาด้วยหมู่มวลมนุษย์ผู้กระหายไฟฝัน
ฉันจะยอมเดินเลี้ยวไปอีกเส้นทางที่ระยะทางมันอาจจะไกลกว่า
เพื่อแลกกับความสุขของแต่ละก้าวที่ได้ข้ามผ่าน
เหมือนกับนิทานของครูในวันเยาว์
ฉันยอมเป็นเต่าต้วมเตี้ยมที่ชอบแวะคุยกับนกหรือชมดอกไม้ริมทาง
หากผ่านมาเห็นกระต่ายผู้ร้อนรนนอนพัก ฉันก็จะไม่ชะล่าใจ.

 

stars.

 

มีแสงสว่างมากเกินไปสำหรับที่นี่ในคืนนี้
ฉันแทบจะมองไม่เห็นฝนดาวตกอย่างที่เธอหรือใครว่า
ท้องฟ้ากว้างใหญ่แต่ยังมืดไม่พอ
เธอบอกให้ฉันหลับตาแล้วจะพบกับสิ่งดีดี

ภายใต้เปลือกตาคู่นี้
ฉันเห็นเศษซากของวัตถุอวกาศพวยพุ่งนับแสนล้านดวง
และความสุขบางชนิดก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากการมองเห็นด้วยตา
หากแต่เป็นเพราะสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

อีกไม่นาน

 

 

ความบังเอิญทำให้ฉันมีโอกาสได้พบเจอกับใครหลายคนในชีวิตโดยไม่ได้คาดหวัง
ในบ่ายชองวันที่ฝนตกติดต่อกันราว 2 ชั่วโมงเศษ
ฉันติดอยู่ในตึกใหญ่กลางเมืองหลวงที่มีคนบอกว่าเป็นเมืองเทวดา
ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดและเสียงหัวเราะที่บอกได้ถึงความมีอารมณ์ขัน
กับรอยสักที่ข้อเท้าสองข้างทำให้ฉันสะดุดจนนึกสงสัย
แล้วก็มีเสียงผู้ชายอีกคนตะโกนเรียกชื่อ เหมือนตอบคำถามของฉันถึงที่มาของคนคนนี้ได้อย่างทันที
เราไม่ได้เจอกันนาน บทสนทนาเริ่มขึ้นในร้านกาแฟชั้นล่างของตึก

 

 

รอยสักที่เพิ่มมากขึ้นบนแขนสองข้างทำให้ฉันมั่นใจว่า
คนคนนี้ผ่านและเจอะเจออะไรมามากกว่าในวันก่อน
แต่กลายเป็นฉันที่ดูจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า
เขาบอกว่ายังจำภาพได้ว่าฉันยังเป็นเหมือนเด็กผู้หญิงผมสั้นในวันก่อน
แต่มาเจอวันนี้ ผมฉันยาวถึงสะโพก พร้อมกับย้อนคำถามใส่ฉันว่า
” แล้วไหนบอกว่าจะไม่เรียนศิลปะ เห็นทีแรกก็เดาได้เลย “
ได้ยินข่าวคราวมาบ้างว่า พี่คนนี้เดินทางไปมาระหว่างบ้านที่ต่างจังหวัดกับกรุงเทพ
แต่ก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไรให้ไถ่ถามถึงทุกข์สุขเป็นการส่วนตัว
เพราะบางสิ่งบางอย่างแสดงให้เห็นชัดเจนอยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก
อาจเป็นเพราะเราไว้ใจสื่อหรือสิ่งเหล่านั้นมากเกินกว่าจะล่วงล้ำ

 

กับการงานที่ทำอยู่ ก็ดูจะมีความสุขดี เขากลายเป็นพี่ที่น้องๆชอบที่จะอยู่ใกล้และสัมพันธ​์ด้วย
นึกทบทวนดูแล้ว คนคนนี้รับรู้ถึงวิวัฒนาการในชีวิตของฉันมากไม่น้อยไปกว่าใคร
ส่วนฉันเองแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย เราไม่เคยนั่งจิบเบียร์ กินอาหารเย็นหรือนัดคุยกัน
เหมือนกับใครคนอื่นที่ฉันเคยทำในโอกาสที่นานๆจะเจอกันที
กับคนบางคน ไม่ได้มีความผูกพันที่แนบแน่นชนิดที่หาเรื่องเจอหน้ากันบ่อยๆ
แต่กลับไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำ

 

ด้วยความที่เป็นพี่ชายนอกสายเลือดคนแรกๆ (ในสายเลือดเดียวกันก็ไม่มี เป็นลูกสาวคนเดียวที่รู้ตัวดีว่าโตเกินวัย)
ที่ฉันรู้จักและห่างหายการติดต่อจากกันไปเกือบ 5 ปี คนคนนี้เคยตอบคำถามฉันว่า
” วาดรูปเป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ เป็นการระบายความเหงาใส่ความเงียบ “
มาวันนี้ฉันต้องย้อนคำถามในวันนั้นเข้าหาตัวเอง

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ กาแฟหมดแก้วไปนานแล้ว
ฝนเม็ดใหญ่ถูกลดทอนให้เหลือเพียงแค่ละอองเบาบาง
เหมือนเป็นสัญญาณบอกถึงเวลาที่เราต้องแยกย้าย
ศิลปะทำให้เรารู้จักกันในวันนั้น และทำให้เราได้พบกันอีกในวันนี้
รอยยิ้มและดวงตา บอกฉันเป็นคำพูดว่า แล้วเจอกันอีกในบางเวลาที่ไม่ต้องหวังพึ่งความบังเอิญ
เขาเดินหันหลังจากไปในชั้นสอง ส่วนฉันเดินทางขึ้นชั้นสี่
เป้าหมายอยู่ที่งานเสวนาหนังสือ กัญชาปกรนัม.

 

 

หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ ฉันเป็นนักเรียนศิลปะที่ไม่เคยเสพกัญชา
หากมันทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ดังว่า ใยเล่าบุคคลรอบตัวฉันถึงไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์
ที่นี่ฉันพบเจอแต่คนพาลผู้หลงติดอยู่กับมันจนชีวิตไม่เดินต่อ

 

อนิจจา มนุษย์นี้ช่างน่าเวทนา.

 

we read each other.

ฉันเชื่อเสมอว่าเราทุกคนต่างเป็นหนังสือคนละเล่มที่แตกต่างกันโดยรายละเอียด
เมื่อเราพบกัน มันก็เหมือนว่าเรากำลังเปิดหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นอ่าน

I trust that we’re an unique book, difference in details.
When we met, it’s like we’re reading. 

โดยความจริงแล้วก็เป็นเรื่องปกติของเราทุกคนที่จะรู้สึกว่าชอบหรือไม่ชอบหนังสือเล่มไหน
ฉันเข้าใจเอาเองว่าไม่มีใครชอบหรือสามารถอ่านหนังสือได้จบทุกเล่ม
จะต้องมีหนังสือเล่มที่เราเปิดอ่านไปไม่กี่หน้าก็ปิดมันลงและไม่เปิดมันขึ้นมาอีก
ลึกๆ แล้วต่อให้เป็นถึงนักอ่านชั้นครูฉันก็มั่นใจได้ว่าเขาจะต้องเคยปฏิเสธหนังสืออยู่บ้าง

In fact we can feel like or dislike to any book, it’s normal.
‘Cause no one can read and like every books,
I trust that myself even he’s a superb.  

เทียบกับเล่มที่เราชอบ ต่อให้เปิดอ่านซ้ำเดิมอีกกี่รอบก็ไม่มีวันเบื่อ
ประโยคสำคัญที่เราอาจขีดเน้นมันไว้จนโดดเด่นแม้จะเปิดเพียงผ่าน
ก็ทำให้เราจำได้ขึ้นใจว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นอย่างไร

หนังสือที่ไม่เคยเปิดอ่าน มีไว้ให้มันโชว์สันปกอยู่บนชั้น เพื่อบอกขอบเขตของตัวเอง
อาจะมีไว้เพื่อเหตุผลบางประการ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราจะรู้ได้ในสักวัน

คุณค่าที่เราให้กับหนังสือแต่ละเล่ม ก็เหมือนกับที่เราวางตัวกับคนรอบข้าง
รักใคร่ก็ดูแลกันไป ปกขาดก็ซ่อมแซม เย็บเล่มให้ใหม่
เบื่อซ้ำซากก็สลัดทิ้งขว้าง ขายต่อไปเป็นหนังสือมือสองสามสี่
ใจกว้างก็ไม่ใฝ่ครอบครอง ส่งต่อหนังสือดีไปยังมือต่อๆไป
มีเรื่องของอำนาจที่อยู่บนที่สูง ก้อนกระดาษกลับกลายเป็นหนังสือต้องห้ามสำหรับคนข้างล่าง
โลกที่เราอยู่เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เราไม่อาจจะอ่านหนังสือได้ครบ
แต่ฉันเชื่อว่า เราทุกคนคู่ควรกับการอ่านหนังสือทุกๆเล่ม เท่าเทียมกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมั่นใจในความคิดของตัวเอง
เพราะสัญลักษณ์ที่ใช้ในการแทนค่าคนหนึ่งคนของฉันนั้นเป็นเพีงแค่หนังสือ

Book is the symbolic that remind me of being human.