again

หนึ่งปีแล้วนะที่เธออยู่บนนั้น
น้ำตาลเป็นไงบ้าง
แล้วอยู่บนนั้นมองลงมาเห็นฉันตรงนี้รึเปล่า
ฉันจะขึ้นปีสี่แล้วนะ กลัวมากเลย
ถ้าพรุ่งนี้ตื่นเช้า จะไปทำบุญให้อีกนะเพื่อนสาว

อยากดูทีวีรึเปล่า
ตอนนี้ฮะเก๋าก็ชอบดูทีวีเหมือนกัน
แต่มันก็ไม่เหมือนเธอหรอกนะ

หวังอยู่เสมอว่าเราจะเจอกันอีกเรื่อยๆไป
ถ้าเธอกลายเป็นใครที่เราผูกพันกัน
อย่าลืมกระซิบบอกด้วยนะ

walk (out) the line

ฉันเรียนรู้และเข้าใจว่า การที่จะมีวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปได้
เราจะต้องมีเส้นทางไว้สำหรับการก้าวเดินต่อๆไป
และในความเป็นจริงของชีวิตมันมีหนทางให้เลือกมากมาย
ซึ่งเราต่างก็ไม่รู้ว่าจุดจบของแต่ละเส้นทางจะไปบรรจบกันที่ใดที่หนึ่งหรือไม่
ฉันเองก็เป็นคนช่างฝันคนหนึ่งที่ชอบจับดินสอขึ้นมาขีดเขียนถึงเส้นทางที่ฉันจะไป
เส้นถนนที่ฉันหรือเธอหรือใครต่อใครมี มันย่อมมีจุดทับซ้อนเป็นเรื่องธรรมดา
และเราอาจเดินไปด้วยกันยังที่ที่หนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องแยกกัน
ฉันอาจหยุดพักเพื่อมองดูใครเดินต่อไปในทางของเขา
หรือฉันอาจเป็นคนเดินแยกไปเอง ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้โดยง่าย
แต่หากเรามีจุดหมายเดียวกัน เส้นทางจะใกล้หรือไกลมันอาจไม่มีประโยชน์ใด
เพราะเราจะได้เจอกันอยู่ดีเมื่อถนนของเราสิ้นสุดลง
ในหลายครั้งฉันเชื่อว่าทางลัด ไม่ใช่สิ่งจำเป็นนัก
เส้นทางที่ดีย่อมเป็นทางที่เราสบายใจหรือสุขใจที่ได้ก้าวผ่าน
การไปถึงเป้าหมายช้า อาจทำให้เราซึ่มซับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างทางได้มากกว่า
และสิ่งเล็กน้อยเหล่านั้นมันเป็นของขวัญล้ำค่า
ฉันไม่ลืมที่จะหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองรอยเท้าและเส้นทางที่ผ่านมา
มันทำให้เราจดจำได้ว่าก้าวผ่านสิ่งใดมาบ้าง เคยล้มตรงไหน เคยยิิ้มที่ใด
และเคยทอดทิ้งอะไรหรือใครไปบ้างหรือเปล่า
นิสัยที่ฉันเป็นคนกระฉับกระเฉงทำให้ฉันสามารถทำอะไรๆได้คล่องตัว
แต่ฉันไม่ใช่คนรีบเดินไปยังจุดหมาย ฉันไม่อยากเหนื่อยกับการวิ่งเพื่อแซงใคร
ฉันเชื่อในแต่ละก้าวเดินที่เชื่องช้าแต่มั่นคงมากกว่าการรีบเดินไปข้างหน้า
เพื่อที่หันกลับมามองดูคนอื่นเดินตามฉันมา
มันจะมีความสุขอะไร ถ้าใจเราไม่ได้มีเพื่อคนอื่นบ้าง
มันไม่แย่ ถ้าเราเดินช้าบ้างเร็วบ้าง ชีวิตมันมีจังหวะของมัน
ตัวเราเป็นคนบรรเลง เพลงฝันฉันเองก็เป็นคนแต่ง
และถ้าถนนเส้นหลักของฉันมันดันแออัดขึ้นมาด้วยหมู่มวลมนุษย์ผู้กระหายไฟฝัน
ฉันจะยอมเดินเลี้ยวไปอีกเส้นทางที่ระยะทางมันอาจจะไกลกว่า
เพื่อแลกกับความสุขของแต่ละก้าวที่ได้ข้ามผ่าน
เหมือนกับนิทานของครูในวันเยาว์
ฉันยอมเป็นเต่าต้วมเตี้ยมที่ชอบแวะคุยกับนกหรือชมดอกไม้ริมทาง
หากผ่านมาเห็นกระต่ายผู้ร้อนรนนอนพัก ฉันก็จะไม่ชะล่าใจ.

 

stars.

 

มีแสงสว่างมากเกินไปสำหรับที่นี่ในคืนนี้
ฉันแทบจะมองไม่เห็นฝนดาวตกอย่างที่เธอหรือใครว่า
ท้องฟ้ากว้างใหญ่แต่ยังมืดไม่พอ
เธอบอกให้ฉันหลับตาแล้วจะพบกับสิ่งดีดี

ภายใต้เปลือกตาคู่นี้
ฉันเห็นเศษซากของวัตถุอวกาศพวยพุ่งนับแสนล้านดวง
และความสุขบางชนิดก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากการมองเห็นด้วยตา
หากแต่เป็นเพราะสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

อีกไม่นาน

 

 

ความบังเอิญทำให้ฉันมีโอกาสได้พบเจอกับใครหลายคนในชีวิตโดยไม่ได้คาดหวัง
ในบ่ายชองวันที่ฝนตกติดต่อกันราว 2 ชั่วโมงเศษ
ฉันติดอยู่ในตึกใหญ่กลางเมืองหลวงที่มีคนบอกว่าเป็นเมืองเทวดา
ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดและเสียงหัวเราะที่บอกได้ถึงความมีอารมณ์ขัน
กับรอยสักที่ข้อเท้าสองข้างทำให้ฉันสะดุดจนนึกสงสัย
แล้วก็มีเสียงผู้ชายอีกคนตะโกนเรียกชื่อ เหมือนตอบคำถามของฉันถึงที่มาของคนคนนี้ได้อย่างทันที
เราไม่ได้เจอกันนาน บทสนทนาเริ่มขึ้นในร้านกาแฟชั้นล่างของตึก

 

 

รอยสักที่เพิ่มมากขึ้นบนแขนสองข้างทำให้ฉันมั่นใจว่า
คนคนนี้ผ่านและเจอะเจออะไรมามากกว่าในวันก่อน
แต่กลายเป็นฉันที่ดูจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า
เขาบอกว่ายังจำภาพได้ว่าฉันยังเป็นเหมือนเด็กผู้หญิงผมสั้นในวันก่อน
แต่มาเจอวันนี้ ผมฉันยาวถึงสะโพก พร้อมกับย้อนคำถามใส่ฉันว่า
” แล้วไหนบอกว่าจะไม่เรียนศิลปะ เห็นทีแรกก็เดาได้เลย “
ได้ยินข่าวคราวมาบ้างว่า พี่คนนี้เดินทางไปมาระหว่างบ้านที่ต่างจังหวัดกับกรุงเทพ
แต่ก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไรให้ไถ่ถามถึงทุกข์สุขเป็นการส่วนตัว
เพราะบางสิ่งบางอย่างแสดงให้เห็นชัดเจนอยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก
อาจเป็นเพราะเราไว้ใจสื่อหรือสิ่งเหล่านั้นมากเกินกว่าจะล่วงล้ำ

 

กับการงานที่ทำอยู่ ก็ดูจะมีความสุขดี เขากลายเป็นพี่ที่น้องๆชอบที่จะอยู่ใกล้และสัมพันธ​์ด้วย
นึกทบทวนดูแล้ว คนคนนี้รับรู้ถึงวิวัฒนาการในชีวิตของฉันมากไม่น้อยไปกว่าใคร
ส่วนฉันเองแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย เราไม่เคยนั่งจิบเบียร์ กินอาหารเย็นหรือนัดคุยกัน
เหมือนกับใครคนอื่นที่ฉันเคยทำในโอกาสที่นานๆจะเจอกันที
กับคนบางคน ไม่ได้มีความผูกพันที่แนบแน่นชนิดที่หาเรื่องเจอหน้ากันบ่อยๆ
แต่กลับไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำ

 

ด้วยความที่เป็นพี่ชายนอกสายเลือดคนแรกๆ (ในสายเลือดเดียวกันก็ไม่มี เป็นลูกสาวคนเดียวที่รู้ตัวดีว่าโตเกินวัย)
ที่ฉันรู้จักและห่างหายการติดต่อจากกันไปเกือบ 5 ปี คนคนนี้เคยตอบคำถามฉันว่า
” วาดรูปเป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ เป็นการระบายความเหงาใส่ความเงียบ “
มาวันนี้ฉันต้องย้อนคำถามในวันนั้นเข้าหาตัวเอง

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ กาแฟหมดแก้วไปนานแล้ว
ฝนเม็ดใหญ่ถูกลดทอนให้เหลือเพียงแค่ละอองเบาบาง
เหมือนเป็นสัญญาณบอกถึงเวลาที่เราต้องแยกย้าย
ศิลปะทำให้เรารู้จักกันในวันนั้น และทำให้เราได้พบกันอีกในวันนี้
รอยยิ้มและดวงตา บอกฉันเป็นคำพูดว่า แล้วเจอกันอีกในบางเวลาที่ไม่ต้องหวังพึ่งความบังเอิญ
เขาเดินหันหลังจากไปในชั้นสอง ส่วนฉันเดินทางขึ้นชั้นสี่
เป้าหมายอยู่ที่งานเสวนาหนังสือ กัญชาปกรนัม.

 

 

หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ ฉันเป็นนักเรียนศิลปะที่ไม่เคยเสพกัญชา
หากมันทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ดังว่า ใยเล่าบุคคลรอบตัวฉันถึงไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์
ที่นี่ฉันพบเจอแต่คนพาลผู้หลงติดอยู่กับมันจนชีวิตไม่เดินต่อ

 

อนิจจา มนุษย์นี้ช่างน่าเวทนา.

 

my cat and clay

 

 

my final project for Wheel Throwing III
i’d like to say Thanks for every cat that inspired me a hundred form.
my second year has gone with summertime~ ~~
tomorrow i’ll count 1 for 3rd year life with clay.

 

 

CAT ice-cream bowls set and CAT Asian breakfast set.
Stoneware, Wheel Throwing
38 Pieces stated on the table.

 

 

we read each other.

ฉันเชื่อเสมอว่าเราทุกคนต่างเป็นหนังสือคนละเล่มที่แตกต่างกันโดยรายละเอียด
เมื่อเราพบกัน มันก็เหมือนว่าเรากำลังเปิดหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นอ่าน

I trust that we’re an unique book, difference in details.
When we met, it’s like we’re reading. 

โดยความจริงแล้วก็เป็นเรื่องปกติของเราทุกคนที่จะรู้สึกว่าชอบหรือไม่ชอบหนังสือเล่มไหน
ฉันเข้าใจเอาเองว่าไม่มีใครชอบหรือสามารถอ่านหนังสือได้จบทุกเล่ม
จะต้องมีหนังสือเล่มที่เราเปิดอ่านไปไม่กี่หน้าก็ปิดมันลงและไม่เปิดมันขึ้นมาอีก
ลึกๆ แล้วต่อให้เป็นถึงนักอ่านชั้นครูฉันก็มั่นใจได้ว่าเขาจะต้องเคยปฏิเสธหนังสืออยู่บ้าง

In fact we can feel like or dislike to any book, it’s normal.
‘Cause no one can read and like every books,
I trust that myself even he’s a superb.  

เทียบกับเล่มที่เราชอบ ต่อให้เปิดอ่านซ้ำเดิมอีกกี่รอบก็ไม่มีวันเบื่อ
ประโยคสำคัญที่เราอาจขีดเน้นมันไว้จนโดดเด่นแม้จะเปิดเพียงผ่าน
ก็ทำให้เราจำได้ขึ้นใจว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นอย่างไร

หนังสือที่ไม่เคยเปิดอ่าน มีไว้ให้มันโชว์สันปกอยู่บนชั้น เพื่อบอกขอบเขตของตัวเอง
อาจะมีไว้เพื่อเหตุผลบางประการ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราจะรู้ได้ในสักวัน

คุณค่าที่เราให้กับหนังสือแต่ละเล่ม ก็เหมือนกับที่เราวางตัวกับคนรอบข้าง
รักใคร่ก็ดูแลกันไป ปกขาดก็ซ่อมแซม เย็บเล่มให้ใหม่
เบื่อซ้ำซากก็สลัดทิ้งขว้าง ขายต่อไปเป็นหนังสือมือสองสามสี่
ใจกว้างก็ไม่ใฝ่ครอบครอง ส่งต่อหนังสือดีไปยังมือต่อๆไป
มีเรื่องของอำนาจที่อยู่บนที่สูง ก้อนกระดาษกลับกลายเป็นหนังสือต้องห้ามสำหรับคนข้างล่าง
โลกที่เราอยู่เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เราไม่อาจจะอ่านหนังสือได้ครบ
แต่ฉันเชื่อว่า เราทุกคนคู่ควรกับการอ่านหนังสือทุกๆเล่ม เท่าเทียมกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมั่นใจในความคิดของตัวเอง
เพราะสัญลักษณ์ที่ใช้ในการแทนค่าคนหนึ่งคนของฉันนั้นเป็นเพีงแค่หนังสือ

Book is the symbolic that remind me of being human.

a little journey a day

อาจเพราะเป็นคนที่ชอบมีโลกของตัวเอง ทำให้กล้าที่ทำอะไรหลายอย่าง

เพราะคำนึงถึงแต่การตัดสินใจที่เราได้สร้างเอาไว้
เป็นเหตุผลที่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว ถ้าตัดสินใจว่าจะไปก็ไปเลย
จะไม่พยายามดันทุกรังลากใครไปด้วย ไม่อยากมีเงื่อนที่มัดเอาไว้แล้วคลายไม่ออก

เข้าใจดีว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ต้องรู้สึกรู้สากับคนอื่นบ้างพอประมาณ
แต่ถึงเวลาที่เลือกได้ก็ขออยู่แบบสงบ ชีวิตตอนนี้เสียงดังมากขึ้นทุกวัน
การเดินทางทำให้พบเจอกับสิ่งใหม่เสมอ
ไม่ว่าจะไปไกลแค่ไหน ฉันก็พร้อมที่จะเผชิญ

นิสัยที่ชอบเดินมากกว่านั่งรถ เมื่อทำบ่อยๆเข้า
ก็ทำให้สามารถเดินไปได้หลายกิโลโดยที่ไม่รู้สึกเมื่อย คิดเอาว่าเหนื่อยก็พัก

วันนั้นวันพฤ แดดบ่ายบ่ายกำลังร่าเริง
ฉันออกเดินจากชายหาดท้ายบังกะโลของญาติ เลียบไปทางขวามือ
ข้างหลังเป็นพระอาทิตย์ดวงโตที่คล้อยต่ำลงมาครึ่งนึงจากตอนเที่ยง
หลายปีที่ฉันหายไป มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาใหม่เช่นกัน
อาจไม่ใช่คนคุ้นหน้าคุ้นตาของที่นี่อีกแล้ว แต่คุ้นเคยแค่บางที่ก็คงพอ
ที่ที่มีความเจริญมากเท่าไหร่ ความเสื่อมโทรมก็มีมากน้อยเท่าๆกัน
ฉันยอมรับมัน

บนเนินทรายฉันมองเห็นบังกะโลร้างประมาณสิบหลัง ซ่อนตัวอยู่ในดงพร้าว
จากความทรุดโทรมที่สัมผัสได้ ไม่อาจะเป็นเพียงแค่พายุที่ซัดเข้าใส่
แต่เป็นความพยายามของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่พยายามพังมันลง
มนุษย์ขึ้นชื่อทั้งการสร้างและทำลายเสมอ
ฉันเข้าใจดี 

ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ ฉันนั่งลงบนทรายผืนเดียวกับบังกะโลร้างข้างหลัง
ห่างออกไปในทะเลสัก 20 เมตร ฉันมองเห็นใครสักคนกำลังดำผุดดำว่ายอยู่บนน้ำสีคราม
เสียงลมกับคลื่นดังชัดเจน จนทำให้เข้าใจว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงบอกกับฉันว่า
แค่ได้ยินเสียงของมันก็มีความสุขแล้ว
และฉันรู้สึกได้. 

ฟุตเทจที่ฉันกำลังตั้งกล้องถ่ายอยู่ เดินเวลาไปได้ประมาณ 2 นาที
มีเสียงผู้ชายพร้อมสำเนียงแปลกๆ ในภาษาไทย ดังเล็ดลอดแทรกเสียงคลื่นเข้ามาทำให้ตกใจ
ฉันมองเห็น แลร์รี่  ผมสั้นประบ่าสีน้ำตาลเข้ม สวมเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นสีเทากับรองเท้าช้างดาว
ยืนโบกมือที่มีนิ้วเรียวยาวอยู่ข้างหลัง เราไม่เคยรู้จักกัน

แลร์รี่ เป็นคนออสเตรียที่มาอยู่ที่นี่คนเดียวประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากเรียนจบด้านวรรณกรรมมาได้ 3 ปี
ก็ตัดสินใจออกเดินทางหาแรงบันดาลใจเพื่อที่จะทำอะไรสักอย่าง ฉันไม่ค่อยมั่นใจในคำตอบ
เพราะไม่ได้ถามออกไปว่าทำไมถึงมั่นใจว่าโบกมือทักทายแล้วฉันจะตอบรับรอยยิ้มของคนแปลกหน้า
เช้าวันถัดมา ฉันแนะนำให้แลร์รี่รู้จักไบรอัน ลูกพี่ลูกน้องครึ่งไทยมะกันของฉัน
และเราสามคนก็มุ่งหน้าไปเกาะนางยวน

โธมี่กับเคท เป็นเพื่อนใหม่ของฉันในปิดเทอมนี้เช่นกัน อันที่จริงเราพักอยู่บังกะโลหลังติดกัน
ยายคนนึงของฉันเคยไปบ้านเขาสองคนที่สวิสมาแล้ว ทำให้พอจะได้ยินยายขานชื่อให้ฟังอยู่บ้าง
ทุกปีเธอๆจะมาเช่าบังกะโลของยายอยู่เป็นเดือนๆ ถึงวัยจะต่างกันพอสมควร
แต่ก็เข้ากันได้ดี เราคุยเหมือนผ่านวันและเวลาด้วยกันมานาน
สองคนเป็นคู่รักที่ดูลงตัว โธมี่บอกว่า เขาไม่ชอบผู้หญิงที่วันๆ พูดแต่ค่ yes and no
คู่ชีวิตคือคนที่เขาสามารถที่จะคุยหรือแลกเปลี่ยนความคิดด้วยกันได้ทุกเรื่อง
และเคทก็เป็นแบบนั้น ทำให้มีวันนี้และวันต่อๆ ไป

นึกขอบคุณที่เปลสีน้ำเงินซึ่งฉันชอบนอนเล่นประจำ มันถูกขโมยไปทั้งเชือกที่ใช้แขวน
ถ้าบ่ายนั้นฉันออกมาแล้วพบว่าเปลยังอยู่ที่เดิม เรา 3 คน อาจไม่ได้รู้จักกัน

 

 

The most important thing is not always the goal.
But it is the thing i found along the way.
Every time I check out my home,
I’ll count the journey as one as a page of a treasure book.

My life is such as a never ending story.
I don’t want S.E.A. Write or any awards because I have my own trust.
So it can give me the best prizes in my whole life

: )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

goodbye my grandpa ” Lee “

 

I went back to Koh Samui last week for sending my grandpa ” Lee ” to the sky.
He is one my grandma’s brothers.
The big size, this old shirt, and those smiles will remind me of you grandpa.

sweet dream, bye-bye :)

20 years ago

ฉันพบใครหลายคนในชีวิตเพราะหนังสือ           
ตัวอักษรเป็นแสนเป็นล้าน ถักทอเป็นเส้นทางเพื่อให้เราเดินมาบรรจบ
และเดินต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด            

In my life, I met many people because of books.
A million alphabets make the way we met.
And walk on the endless road. 

 

null

โลกใบนี้ของฉันเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย จุดเริ่มต้นของหลายสิ่งหลายอย่าง
บ้างก็น่าขันและน่าชื่นชม เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันพบตัวเองยืนก้มหน้าอยู่อย่างเวทนา
ฉันโตมาพร้อมกับสิ่งยั่วยุทางอารมณ์ที่อาจบั่นทอนความรู้สึกทางใจได้ทุกเมื่อ
นับจากนี้ต่อไปในอนาคตที่ไม่มีรูปร่างแน่นอน ตัวฉันเองยังจะต้องพบเจอสิ่งอื่นอีกมาก

ตอนนี้มันคือการเริ่มนับใหม่  ฉันแค่หลุดพ้นจากความเยาว์วัยที่ผู้ใหญ่ว่าไร้เดียงสา
เพื่อก้าวข้ามไปยังจุดที่จะได้ใช้สิทธิที่ตนพึงมี ไม่ว่าสิทธิ์นั้นจะถูกจำกัดหรือไม่ก็ตาม

สิ่งเล็กๆที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งฉันได้เดินผ่านมา
ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของวันนี้และวันต่อๆ ไป.

The little things on the way I passed.
Those are the beginning of today and tomorrow.